:: Night FriEnd ::
"ไงไอ้น้อง เมื่อคืนเจออะไรแปลกๆให้ตื่นเต้นมั้งป่าวว่ะ”
ผมเงยหน้ามองต้นเสียงพอเห็นว่าเป็นใครก็ก้มหน้าก้มตาเช็คสต็อคหนังสือต่อ
“พี่ถามไม่ตอบ อยากกินตีนหมีอ่อ ไอ้น้องชาย” พูดจบแขนบึกก็รัดรอบคอผมซะจนตัวเอียง ก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น
“โอ้ยยย ผมจะตายแล้ว พี่ปล่อยโผมมม”
“ถ้าอยากให้ปล่อยงั้นแกก็เล่ามาสิ ว่าเมื่อคืนเกิดไรขึ้นป่าว”
“มะ ... ไม่มี ค่อกๆแค่กๆ” พอผมบอกว่าไม่มีพี่คังอินแกก็ปล่อยคอผมให้เป็นอิสระ ทำหน้าเซ็งแล้วก็ฟึดฟัดๆอยู่คนเดียว
“ฮยองจะฆ่าผมหรอไง ผมน้องฮยองนะ!"
“ก็ใครใช้ให้แกกวนตีน ไม่มองหน้าฉันว่ะ พูดด้วยแล้วก้มหน้าหนี ไอ้เราก็นึกว่ามันเจอเรื่องสนุกๆเมื่อคืน โด่ว วัยรุ่นเซ็ง
"ไม่ต้องมายุ่งเรื่องผมเลย ตัวเองหนีไปเที่ยวกับแฟนแท้ๆ ทิ้งให้น้องนุ่งมันนั่งเฝ้าร้าน เช็คของคนเดียว”
ผมสะบัดหน้าพรืด ชิ ไม่อยากมองหรอก ไอ้หน้าพี่ใจร้าย พี่คังอินคงรู้ว่าผมงอน เพราะอยู่ๆพี่แกก็เอานิ้วก้อยมากระดิกๆตรงหน้าผม ขอคืนดียังกะเด็ก3ขวบง้อกัน -*-
“หน๊า ไอ้ปลาน้อยของพี่ อย่างอนไปเลย เมื่อคืนมันสุดวิสัยจริงๆ ผิดนัดครั้งนี้ อนาคตพี่อาจไม่มีเมียเลยนะเว้ย แกอยากให้พี่ขึ้นคานหรอไง ดีกันเหอะ เดี๋ยววันนี้พี่ทำเวรแทนนายก็ได้นะ”
เวร ... อ๊า เวรทำความสะอาดร้านวันนี้ พอพี่คังอินพูดเรื่องนี้ขึ้นมา หูผมงี้ตั้งเป็นหมาไซบีเรียเลย มีคนทำความสะอาดแทนก็ดีนะสิ วันนี้ผมจะได้รีบกลับบ้านไปนอนดูวิดีโอเรื่องใหม่ของนิโครลัส แคดที่เช่ามา แต่ของอย่างนี้มันต้องรักษาภาพพจน์กันหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าผมเห็นแก่ได้ ผมเลยเอียงคอ 30องศา พอให้ดูดี มองหน้าพี่คังอินนิดนึง ทำหน้าซื่อๆ บอกพี่เค้าว่าเกรงใจ วันนี้มันเวรผมจะให้คนอื่นมาทำแทนได้ไง พี่แกก็ใจดี๊ใจดี บอกไม่เป็นไร ถือว่าไถ่โทษที่ให้ผมเฝ้าร้านคนเดียวเมื่อคืน อย่างงี้ก็เสร็จโจรหล่อๆแบบลี ทงเฮ ล่ะสิ หึๆๆ
.
.
.
ตกเย็นวันนี้ผมเลยได้มาขี่จักรยานกินลมเร็วกว่าปกติ ทุกทีกว่าจะได้กลับบ้าน คุณพระอาทิตย์ก็ตกน้ำป๋อมแป๋มไปโผล่อีกฟากนึงของโลกซะแล้ว ทะเลตะวันออกแบบผมเลยไม่ได้มีโอกาสเจอหน้าคุณพระอาทิตย์บ่อยนัก วันนี้ผมจะขี่รถเล่นให้สบายใจไปเลย เหนื่อยแล้วก็ค่อยขับรถไปซื้อของกิน กลับบ้าน อาบน้ำ นั่งกินของอร่อย ดูวิดีโอ จากนั้นก็นอน อ๊าาาาา แค่คิดก็มีความสุขแล้ว ระหว่างทางปั่นจักรยานกลับห้อง สายลมเย็นๆปะทะตีหน้าผมตลอดระยะเวลาการเดินทางอันแสนสุข แต่มันก็ทำให้ผมยิ้มได้ ปั่นไปคิดอะไรเพลินๆ มองข้างทาง เห็นเด็กวิ่งเล่นกันในสนาม มองแล้วก็ทำให้คิดถึงตัวเองตอนเด็กๆ ตอนนั้นแม่จะทำหน้าแบบที่แม่ของเด็กคนนั้นกำลังมองลูกชายตัวเอง รึป่าวนะ ทั้งที่ลูกชายกำลังดึงทึ้งเสื้อของเธอ แต่เธอก็ยังมีแต่รอยยิ้มอ่อนโยนส่งไปให้ อุ้งมือสองข้างที่ลูบกลุ่มผมหนาของเจ้าตัวน้อย ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ผมพาลคิดถึงแม่
แม่...ที่ทิ้งผมไว้กับพ่อก่อนที่ตัวเองจะออกจากบ้านไม่ส่งข่าวกลับมาอีกเลย
เพื่อหนีไปจากภาพเหล่านั้นผมเลยรีบปั่นออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วจนลืมไปว่าเส้นทางข้างหน้าที่ตัวเองกำลังปั่นแบบไม่ลืมหูลืมตานั้นมันเป็นทางลาด!!
สิ้นสุดถนนพื้นคอนกรีตข้างหน้าผมก็เป็นทางลาดที่ค่อนข้างชันพอสมควร ปกติถ้าขี่มาด้วยความเร็วธรรมดา เวลาที่มันลง ความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นอีก5เท่า แล้วคุณจะได้ยินเสียงลมตีกันดัง วิ้วๆพลับๆ~ กันอยู่ในหูเลยล่ะ ถ้ามันเป็นช่วงเวลานั้นนะ ผมจะชอบมากๆ แต่ . . . มันต้องไม่ใช่ตอนนี้ !!
"เหว่อออ~!!!"
ผมได้แต่อ้าปากตาค้าง ตาเหลือก ตอนที่รถมันปล่อยตัวลงตามเส้นทางเบื้องหน้า ทั้งที่พยายามเบรก แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเร็วมันลดลงเลย ทั้งเบรกมือ เบรกตีน สารพัดจะเบรก แต่มันก็ยังดีที่พอประคองรถไม่ให้ล้มคว่ำไปซะก่อน พอถึงช่วงระยะสุดท้ายของทางชันอันตราย ผมก็ใจชื้นคิดว่า ‘เฮ้ออ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะเรา'
แล้วผมก็รู้ว่าผมคิดผิด เพราะอยู่ๆก็มีแมวสีดำ วิ่งฝ่ามาจากไหนไม่รู้ ตัดหน้าจักรยาน ทำให้ผม รีบกำเบรกตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหักหลบ เสียงเอี๊ยด ของล้อรถที่ครูดกับพื้นถนนดังมากในความรู้สึก ได้ยินเสียงหล่นดังตุ่บ! แล้วความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ผมรู้ว่านั้นล่ะ เสียงตัวผมเองที่หล่นลงมากระแทกพื้น ทั้งแขน ทั้งขา มันไม่มีแรงไม่แต่จะขยับ ลมหายใจที่เคยเข้าออกอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แต่ตอนนี้มันกับทำให้ผมคิดว่า มันชั่งหายใจได้ลำบากเหลือเกิน แล้วตอนนี้ผมก็ง่วงเกินกว่าที่จะพูดแล้วด้วย แต่ก่อนที่ผมจะหลับ ผมเห็นเท้าของของใครซักคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม เค้านั่งลงตรงหน้าผม สัมผัสอุ่นจากมือสู่ปรางค์แก้ม ผิวนุ่มละเอียดค่อยๆลูบ แก้มผมไปมา มันให้ความรู้สึก อบอุ่นและปลอดภัย แต่ผมก็ไม่มีแรงยกหัวเงยหน้าขึ้นไปมองได้ว่าคนนั้นคือใคร รู้แต่ว่าเขา เรียกชื่อของผม … ทงเฮ ... นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนทุกสิ่งจะดับวูบ
=::=::=::=::=::=::=::=
ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา ผ้าม่านพลิ้วสีครีมที่กำลังปะทะสายลม กลิ่นยาฉุนขึ้นจมูก ปะปนกับกลิ่นของดอกเดซี่สีขาวข้างเตียง ทุกสิ่งคือที่ผมรับรู้เมื่อลืมตาตื่นขึ้น แต่แค่พอจะขยับความเจ็บแปล่บตามแขน ขาก็แล่นปราดมาให้ผมทำหน้าแหย่เก ลงไปนอนร้องโอ้ยที่เตียงตามเดิม แล้วดูเหมือนในห้องจะไม่ได้มีแค่ผม เพราะเสียงร้องของผมทำให้ใครคนนึงที่เปิดประตูออกจากห้องน้ำมา ทำหน้าตกใจ
"ทงเฮ"
ผมหันไปมองเจ้าของเสียงแล้วก็พบ ร่างอวบ ของเจ้าเพื่อนสนิท1ในกลุ่มที่มหาลัย ซองมินยื่นหน้าเอาตาโตๆกลมๆ มองผมเหมือนอยากจ้องเข้าไปให้เห็นถึงลำไส้ใหญ่ ผมเลยผลักหน้าอูมๆนั้นออก เจ้าตัวร้องโวยวายแล้วก็รีบร้อนวิ่งแจ้นออกจากห้องไป โดยไม่บอกกล่าวอะไรซักคำ เป็นอะไรของเค้า?
พอซองมินออกจากห้องไปไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามาอีก พี่พยาบาล
"ฟื้นแล้วหรอ ยังเจ็บตรงไหนอยู่อีกหรือเปล่า?"
"ก็มีช่วงตรงแขนกับขา แล้วก็แผลที่มันถลอกเวลาขยับมันจะเจ็บแปล่บๆเลย"
“คงเป็นอย่างนี้อีกซักระยะนะจ้ะ รอให้พวกกระดูกที่มันเคลื่อน เข้าที่กว่านี้หน่อยหน่าจะดีนะ ยื่นมือมานี้สิ ให้พี่เปลี่ยนผ้าพันแผลหน่อย”
ระหว่างที่เปลี่ยนผ้าพันแผล พี่พยาบาลก็ชวนผมคุยนู่นคุยนี้ ถามว่าไปทำอีท่าไหนถึงล้มรถคว่ำแบบนี้ ผมทำหน้าเห่ยๆ ตอบพี่เค้าไป นึกพาลไปถึงไอ้แมวบ้าที่มันดันวิ่งตัดหน้ารถผม พอพี่เค้าเห็นหน้าผมแบบนั้นก็ยิ้มๆ
“เนี่ยระหว่างที่เราสลบไป2-3 มานี้ มีแต่พวกลิงๆมาร้องไห้ข้างเตียงกันดังระงมลั่นโรงพยาบาลไปหมด เดือดร้อนถึงคนป่วยห้องอื่นๆ ทางโรงพยาบาลเลยต้องขอให้เจ้าพวกนั้นไปพักสงบสติอารมณ์ที่บ้านก่อน ให้เพื่อนมาเฝ้าได้ แค่1-2 คนเท่านั้น ถ้าฟื้นแล้วเพื่อนไม่อยู่แบบนี้ แสดงว่าที่พี่เห็นรีบร้อนวิ่งไปนั้น สงสัยจะรีบโทรไปบอกมายแก๊งค์แน่เลย ท่าว่าอีกไม่นาน เราได้ได้ขอยานอนหลับกับที่ครอบหูพี่แน่ๆ เอาล่ะเสร็จแล้ว งั้นพี่ไปก่อนนะ มีอะไรก็กดปุ่มเรียกข้างเตียงแล้วกัน ช่วงบ่ายๆคุณหมอจะมาเช็คดูอีกรอบยังไงก็รักษาตัวให้อยู่ถึงตอนนั้นนะ"
แหย่ผมเสร็จ ก็หัวเราะเดินออกจากห้อง นี้ขนาดพึ่งจะเจอกันวันแรก ครั้งแรกคุณพี่พยาบาลแกยังแหย่ผมซะ แต่แค่คิดตามที่พี่พยาบาลพูดเมื่อกี้ผมก็อยากจะขอยานอนหลับกินกันไว้ก่อนแล้วล่ะ นึกถึงเจ้าพวกนั้นที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินทางมาหาผมแล้ว ยิ่งคิดยิ่งสยอง จะว่าไปแล้วผมก็ลืมถามพี่พยาบาลว่าใครที่เป็นคนส่งผมมาที่โรงพยาบาล ใช่คนเดียวกันกับเจ้าของมือคู่นั้นรึป่าว แต่ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร เพราะถ้าไม่ใช่ก็แสดงว่า เขาปล่อยให้ผมนอนอยู่แบบนั้น จนกระทั่งมีคนอื่นมาเจอ ถึงค่อยนำผมส่งร.พ. แต่มันก็ไม่น่าจะใช่แฮะ ผมว่า ต้องเป็นคนนั้นแน่ๆ แล้วเค้าคือใครกันนะ?
ปึง!! เสียงประตูที่(กระแทก)เปิดเข้ามาทำเอาผมหลุดจากภวังค์
"อ๊ากกก ไอ้ปลาแกฟื้นแล้ว"
"ทงเฮ แง้ๆๆๆ"
"ว่าไง บอกแล้วให้เข้าโบสถ์ทุกอาทิตย์"
แล้วเสียงมารที่ผมกำลังกลัวก็โผล่เข้ามาในโสตประสาทก่อนเจ้าของเสียงจะโผล่หน้าสลอนวิ่งเข้ามาข้างเตียง เขย่าเตียงเหมือนมันเป็นนมพาสเจอไรท์เขย่าก่อนดืม ยังไงยังงั้น ถ้าคุณงงๆว่าใครเป็นใคร ย้อนกลับขึ้นไปอ่านใหม่อีกรอบ ไอ้เสียงแรกนั้นอ่ะ ฮยอกแจ เพื่อนสนิ๊ทสนิทผมเอง ส่วนเสียงที่สอง ขี้แง้แสนงอนอย่างนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ก็คนที่วิ่งไปโทรศัพท์หาไอ้เจ้าพวกที่เหลือเนี่ยแหละ ซองมิน ส่วนเจ้าของเสียงเจนเทิลแมน รูปหล่อพ่อบรมมะโคดรวย เนี่ย คุณชายชเว ไอ้บ้านี้ทักคนที่พึ่งฟื้นว่า ให้เข้าโบสถ์ ใครสั่งใครสอนว่ะ ไอ้เพอร์เฟ็ค อ๊ากกกกก ว่าแต่เมื่อไรคุณพวกมึงถึงจะหยุดเขย่า กูเวียนหัวครับ -*-
"เฮ้ยยย หยุ๊ด ด ด ด"
แล้วสวรรค์ก็ส่งนางฟ้ามาหยุดมารจากนรก
"พวกแกนิ ทงเฮมันพึ่งฟื้น ไปเขย่าเตียงแบบนั้นอยากให้เพื่อนตกเตียงตายแทนหลังจากที่รอดรถคว่ำใช่ม่ะ? ไปนั่งนู่นเลยไป”
เจอเสียงสวรรค์เข้าไป พวกนี้เลยหน้าจ๋อยไปนั่งตัวลีบอยู่ตรงโซฟามุมห้อง คนที่มาช่วยผมจากเจ้าพวกนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ พี่ทึกกี้ รุ่นพี่ที่มหาลัยผมเอง พวกคุณคงเคยเห็นชื่อนี้ผ่านตามาแล้วล่ะ เพราะพี่คนนี้คือคนที่ไอ้พี่หมี คังอินตามจีบ ส่งเช้าส่งเย็น นั้นแหละครับ
"ยังเจ็บอยู่มั้ย ทงเฮ?"
“อืมก็มีบ้างอ่ะฮยอง มันเจ็บตามแผลถลอกๆพวกนี้แล้วก็ปวดหัวด้วยนิดหน่อย ว่าแต่พี่รู้มั้ยว่าใครไปเจอผมแล้วพาส่งโรง’บาล”
“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้แฮะ รู้อีกทีตอนที่ไอ้พวกนี้มันโทรไปหา ร้องไห้กันระงมบอกนายนอนอยู่โรงพยาบาล รถคว่ำ”
ว่าแล้วก็หันไปชี้เหล่ามารทั้งหลายที่ยังคงนั่งมองผมคุยกับพี่ทึกกี้ตาแป๋ว ผมหันไปเห็นพวกมันแล้วก็พลอยทำให้หัวเราะออกมา เจ้าพวกนี้ ถึงจะบ้าๆบอๆ แต่ผมก็รู้ว่าพวกมันห่วงผมแค่ไหน เพราะผมเป็นประเภทภูมิคุ้มกันน้อย เจออะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่สบาย ลำบากให้เจ้าพวกนี้ต้องนั่งเฝ้า หาข้าว หาน้ำ ป้อนยา จดเลคเชอร์มาให้บ่อยๆ ยังกับแม่คนที่สอง เหตุที่จากบ้านมาไกลเพราะต้องมาเรียนมหาลัยต่อในโซล ทำให้ผมต้องหาเช่าห้องอยู่คนเดียว วันไหนไม่สบายก็ได้1ในลิงพวกนี้มานั่งเฝ้าไข้จนหาย ไม่รู้ถามแล้วจะได้คำตอบกลับมาหรือเปล่า ผมเลยเปลี่ยนเรื่องพูดกับพี่ทึกกี้แทน
“แล้ว ...ค น อื่ น ๆ... ไม่มากันหรอ"
“คนอื่นๆที่ว่าของนายเนี่ยหมายถึงใคร ถ้าเป็นคังอิน ตอนนี้เจ้าหมีอ้วนก็กำลังทำงานแทนในส่วนของนายอยู่ไง พอไม่มีนาย งานในร้านก็ดูวุ่นๆ ก็เลยต้องทำงานหนักกันหน่อย แต่คังอินก็บ่นๆถึงนายอยู่เหมือนกันนะ ว่าอยากมาเยี่ยม ถ้าเขารู้ว่านายฟื้นแล้วคงดีใจ แต่ถ้าคนอื่นๆของนายมันหมายถึงคิบอมกับไอ้พวกเพื่อนสนิทมิตรสหายของนายก็ต้องไปถามเอากะไอ้เจ้าพวกนั้นนะ เพราะพี่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรเหมือนกัน"
ร่างเล็กแบนสายตาจากพี่ชายหน้าสวยมายัง "ตัวมาร3ตัว" ที่ตอนนี้นั่งทำหน้าเหมือนหมาป่าจ้องตะครุบเหยื่อ ลูกแกะน้อยอย่างทงเฮได้ต่หันไปมอง แล้วหันกลับมาหัวเราะแหะๆ พลางปลงในใจว่า "ไม่รอด"
“ . . . ทงเฮฮฮ~!!!. . .”
"ม๊ายยยยยยยยยยยยยย"
"
TBC
:: Talk ::
พาร์ทนี้ก็ยังไม่มีอะไรมีแต่น้ำล้วนๆ - -; แต่ใช่ว่าจะไม่สำคัญเพราะสิ่งที่เกิดกับตัวเอกของเรานั้นแหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ส่วนเรื่องคู่ พาร์ทหน้าคงจะได้รู้แล้วว่าพระเอกคือใคร ใช่คนที่คิดกันหรือป่าว อันนี้ต้องลองไปเดากันเอาเอง แต่แน๊ทบอกได้อย่างนึก คือ "สิ่งที่เห็น อาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไปก็ได้" ไว้เจอกันพาร์ทหน้า ขอบคุณสำหรับคนที่คลิ๊กเข้ามานะค่ะ^^
PS' ถ้าคัยอ่านแล้วงงคำว่า ตัวมาร ของทงเฮ ตัวมารที่ว่า คือ ฮยอกแจ ซีวอน แล้วก็ซองมินนะคะ
คือพวกนี้เนี่ย หาโอกาสจะพูดกับทงเฮอยู่แล้ว แต่เพราะไอ้เรื่องที่ทำไปตอนแรกเลยโดนทึกกี้ดุให้ไปนั่งเงียบๆ
พอทึกกี้เปิดโอกาสให้มีโอกาสคุยกัน พวกนั้นเลยรีบกระโจนเข้าใส่เหมือนหมาป่าจ้องตะคุบหยือที่ว่านั้นแหละคะ
อารมณ์เพื่อนรัก เค้ารักกัน ประมาณนั้นแหละคะ ไม่รู้ที่แน๊ทอธิบายจะทำให้เข้าใจหรืองงมากกว่าเดิมล่ะเนี่ย -*-
555
E-dit
ไปเจอรูปนี้มาแล้วอยากอิดิท สมาคมคุณแม่ยังสาว ...
เหล่าว่าที่คุณแม่ ... ฮ่าๆๆ
ชอบรูปนี้อ่ะ ฮยอกดูสาวๆ >0<
edit @ 7 May 2008 12:12:52 by ❤ DonGKiI ❤
edit @ 7 May 2008 12:20:27 by ❤ DonGKiI ❤
edit @ 7 May 2008 12:25:13 by ❤ DonGKiI ❤






















